วันศุกร์ที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2554

ปาย แม่ฮ่องสอน


    ปาย...อำเภอเล็ก ๆ ในจังหวัดแม่ฮ่องสอนที่มีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างประเทศมาเยือนอย่างไม่ขาดสาย ความเงียบสงบ ลำน้ำปายสาย น้อยที่ไหลเอื่อยผ่านกระต๊อบเล็ก ๆ อันเป็นที่พำนักของนักท่องเที่ยว ภูเขาที่ใหญ่น้อยที่โอบล้อม เป็นสเน่ห์ที่ประทับใจนักท่องเที่ยวอย่างไม่รู้เลือน

    ในฤดูฝน ริมลำน้ำปายจะ ดารดาษไปด้วยทุ่งนาข้าวเขียวขจี และเมื่อย่างเข้าฤดูหนาว ทุ่งนาข้าวก็จะแปรเปลี่ยนเป็นไร่กระเทียมที่ทอดตัวยาวไปจรดเชิงเขา ท่ามกลางสายหมอกเย็นระรื่น

    รุ่งเช้า ไอหมอกจากแม่น้ำปาย ค่อย ๆ สะสมปกคลุมไปทั้งตัวเมือง ให้ทุกสิ่งของเมืองปายดูเลือนราง แต่กลับเต็มไปด้วยสเน่ห์ 

    ยามสายหมอกจางหาย เหลือเพียงเมืองเล็ก ๆ ที่เงียบสงบ กรุ่นกลิ่นไอศิลปะ และอารมณ์สบาย ๆ น่านั่งจิบกาแฟ ปล่อยอารมณ์ให้ไหลไปกับเวลาที่ค่อย ๆ ย่างก้าวไปข้างหน้าอย่างช้า ๆ

   ใกล้ ๆ เที่ยง วิถีปายก็ เปลี่ยนไป มอเตอร์ไซค์คันน้อย จะทยอยออกจากเมือง พานักท่องเที่ยวรับลม และสัมผัสกับธรรมชาติรอบ ๆ เมืองน้อยกลางหุบเขาแห่งนี้ หรือ พานักท่องเที่ยวมุ่งหน้าเข้าสู่แหล่งท่องเที่ยวสำคัญ อันหลากหลาย ทั้ง วัดน้ำฮู Coffee in Love หรือ ศูนย์วัฒนธรรมยูนนาน


   จนกระทั่งราตรีมาเยี่ยมเยือน ถนนก็เริ่มครึกครื้น ร้านขายโปสการ์ด hand-made เปิดไฟสีนวลให้ร้านยิ่งน่ารักชวนมอง ชาวดอยต่าง ๆ ก็ปูผ้ากันริมถนนขายสินค้าพื้นเมือง ทั้งย่ามทอมือ ผ้าปักหลากสี เสียงเพลง Ginger Tea แว่วดังขึ้น ชาวต่างชาติกลุ่มใหญ่ก็เข้ามารุมล้อมรถเข็นขายน้ำขิงในกระบอกไม้ไผ่ และรับฟังเพลงน่ารัก ๆ จากปากแม่ค้า
    ตกดึก เสียงเพลงบอสซ่าใส ๆ สไตล์อาร์ต ๆ เริ่มคลอเคลียสู่ผู้มาเยือน เรียกให้เข้าไปผ่อนคลายร่างกายในร้านกินดื่ม ไม่ว่าจะเป็นร้านดั้งเดิมเป็นที่นิยมของปายอย่าง B-Bop และร้านเก่า-ใหม่มากมาย ฝรั่งซำเหมาเริ่มย่างเท้าเข้าร้านประจำ ฝรั่งแบคแพคส่วนใหญ่ แค่เบียร์สองขวดก็ดื่มได้ทั้งคืน เป็นนัยว่า แอลกอฮอล์เป็นแค่ส่วนประกอบชองการนั่งละเลียดอารมณ์ แบ่งปันประสบการณ์กับเพื่อน ๆ นักท่องเที่ยวกัน ทุกอย่างนี้ล้วนแต่งแต้มสีสันเมืองปายในยามราตรีให้ดูสดใสทุกค่ำคืน
    การที่นักท่องเที่ยวชาวญี่ปุ่นบางคน เช่าที่ดินในเมืองปาย ปีละ 3 เดือนทุก ๆ ปี เพื่อปลูกนาข้าวด้วยมือของตน


    เพียงแค่ค่าเครื่องบินไป-กลับ ยังมีราคามากกว่าข้าวที่เขาจะปลูกตลอดสามเดือนนั้นหลายเท่า
สิ่งที่เขาต้องการ คงไม่ใช่แค่ "ราคา" ของข้าวที่เขาปลูกอย่างแน่นอน
หากแต่เป็นการสัมผัสถึง "คุณค่า" ของที่อยู่ในผืนดินที่เรียกว่าปายแห่งนี้ ผ่านสองมือที่ปักดำ เก็บเกี่ยว
และเพื่อสัมผัสพลังอันยิ่งใหญ่ของธรรมชาติ ด้วย "หัวใจ" ของพวกเขาเอง

     แหล่งท่องเที่ยวอีกหลายแห่ง ไม่ว่าจะเป็น วัดน้ำฮู, วัดพระธาตุแม่เย็น, น้ำตกหมอแปง,สะพานประวัติศาสตร์ ก็เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจทั้งสิ้น ซึ่งทำให้เมืองปายเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่อยู่ในใจของผู้มาเยือนเสมอมา




ร้านอาหารใน อ.ปาย

ร้านอาหารใน อำเภอปาย มีหลากหลาย ทั้งอาหารพื้นเมือง อาหารอิตาเลียน หรืออาหารอีสาน



    1. ร้านน้องเบียร์ เป็นร้านข้าวซอยเก่าแก่ในปาย ในร้านมีบริการทั้ง ข้างแกง และเมนูแนะนำที่พลาดไม่ได้คือ ข้าวซอย ซึ่งปกติชาวล้านนามักจะทานกับหมูสะเต๊ะ
ร้านน้องเบียร์ ดั้งเดิมนั้นมีชื่อเสียงจาก ข้าวซอยเนื้่อ หากท่านใดไม่ทานเนื้อ ก็จะมี ข้าวซอยไก่ มาให้บริการเช่นกัน

     2. ร้านส้มตำหน้าอำเภอ เป็นร้านส้มตำขนาดใหญ่ อยู่ตรงข้ามที่ว่าการอำเภอ
ด้วยลิ้นจระเข้ของผม รสชาติอาหารเท่าที่ลองมา อร่อยดีครับ แต่ยังไม่ถึงกับต้องคราง ... อุแม่เจ้า


รูป ปาย


















ดอยตุง พระตำหนักดอยตุง สวนแม่ฟ้าหลวง

    ดอยตุงเป็นแหล่งท่อง เที่ยวเด่นของเชียงราย อยู่เหนือจากตัวเมืองเชียงรายประมาณ 45 กิโลเมตร  ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่อำเภอแม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงราย ลักษณะเป็นเทือกเขาสูงทอดตัวยาวอยู่ทางด้านซ้ายของเส้นทางที่มุ่งไปอำเภอแม่ สาย แต่เดิมเป็นเทือกเขาหัวโล้นที่ถูกชาวเขาตัดทำลายเพื่อใช้พื้นที่ทำการเกษตร  จนกระทั่งสมเด็จย่าได้เสด็จมายังดอยตุงและทรงมีพระราชดำรัสว่า ฉันจะปลูกป่าดอยตุง  หลังจากนั้นในปี 2530  รัฐบาลจึงได้เริ่มจัดทำโครงการพัฒนาดอยตุงขึ้นโดยปลูกป่าคืนความสมบูรณ์กลับ คืนสู่ธรรมชาติ ได้ดึงชาวเขาเข้ามาทำงานในโครงการปลูกป่าดอยตุง  แต่ก่อนนั้นเส้นทางขึ้นดอยตุงเป็นเส้นทางลอยฟ้า คือเมื่อนั่งรถบนถนนดอยตุงแล้วมองลงมาก็จะเห็นวิวโล่งๆ ไม่มีต้นไม้มาบดบังทัศนียภาพ แต่ในปัจจุบันนี้ดอยตุงกลับคืนสภาพเป็นป่าที่อุดมสมบูรณ์อีกครั้งหนึ่งเมื่อ นั่งรถไปตามเส้นทางขึ้นดอยตุงจะเห็นแต่ต้นไม้แน่นขนัดนั่นล้วนเป็นป่าปลูก ทั้งสิ้น  หลังจากโครงการปลูกป่าแล้วเสร็จจึงได้มีการสร้างพระตำหนักดอยตุง และมีโครงการอีกหลายๆ โครงการตามมาเพื่อสร้างอาชีพให้กับคนในท้องถิ่น 



       จากเทือกเขาหัวโล้นกลับกลายมาเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่โดดเด่นที่สุดของเชียงราย แต่ละปีมีนักท่องเที่ยวขึ้นไปเที่ยวดอยตุงเป็นจำนวนมาก  แหล่งท่องเที่ยวบนดอยตุงที่นักท่องเที่ยวขึ้นไปเยี่ยมชมได้แก่  สวนแม่ฟ้าหลวง  พระตำหนักดอยตุง  พระธาตุดอยตุง  สวนรุกขชาติแม่ฟ้าหลวงดอยช้างมูบ 


     ไร่แม่ฟ้าหลวง  หรือสวนดอยตุง  เป็นสวนไม้ดอกไม้ประดับเมืองหนาวบนพื้นที่ 25 ไร่ อยู่ในแอ่งที่ราบด้านทิศเหนือของพระตำหนัก  สร้างเมื่อปี พ.ศ. 2534 ภายในสวนถูกตกแต่งด้วยพันธุ์ไม้ดอกไม้ประดับสวยงาม ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนออกดอกตลอดปี  กลางสวนมีประติมากรรมเด็กยืนต่อตัว งานประติมากรรมนี้ได้รับพระราชทานชื่อว่า " ความต่อเนื่อง "  นอกจากแปลงไม้ประทับกลางแจ้งแล้วยังมีโรงเรือนไม้ในร่ม จุดเด่นคือกล้วยไม้จำพวกรองเท้านารีชนิดต่างๆ ที่มีดอกสวยงามมาก  ความภาพความสวยงามของสวนแม่ฟ้าหลวง






พระตำหนักดอยตุง
        เป็นที่ประทับแปรพระราชฐานเพื่อทรงงานของสมเด็จย่า ปลูกแบบง่ายๆ ด้วยพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์  พระตำหนักสร้างด้วยไม้ทั้งหลังโดยมีโครงเหล็กอยู่ภายใน ไม้ในการสร้างเป็นไม้ลังใส่สินค้าที่การท่าเรือฯ คลองเตย ทูลเกล้าถวายแด่สมเด็จย่า  เมื่อสร้างออกมาแล้วสวยงามยิ่งนัก รูปแบบการสร้างเป็นการผสมผสานสถาปัตยกรรมล้านนากับบ้านพื้นเมืองสวิตเซอร์แลนด์  ที่เพดานห้องโถงทำเป็นเพดานดาว  บริเวณด้านหลังพระตำหนักมีระเบียงยืนออกไป เมื่อยืนที่ระเบียงจะเห็นทัศนียภาพของดอยตุงที่สวยงาม บริเวณขอบระเบียงมีกระบะปลูกไม้ดอกที่มีสีสันสวยงาม  พระตำหนักเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชม  โดยจะต้องมีมัคคุเทศก์ของพระตำหนักเป็นผู้นำเยี่ยมชม


วันพุธที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2554

เที่ยวเชียงคาน



      เหมือนเวลาจะหมุนช้าลง เมื่อมาเยือน เชียงคาน
     คงไม่ใช่คำกล่าวอ้างที่ผิดนักเพราะเชียงคานอำเภอเล็กๆในจังหวัดเลย ยังคงอารยธรรมแห่งลุ่มน้ำโขง ที่ผสมผสานกับความทันสมัยของโลกปัจจุบันได้อย่างลงตัว ความเงียบสงบของเมืองความน่ารักของผู้คนที่ยังดำรงวิถีชีวิตแบบราบเรียบ และกลมเกลียวเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันได้อย่างแนบแน่นดีเยี่ยมรวมไปถึงทัศนียภาพพริมฝั่งโขงที่สวยงาม คงเป็นเอกลักษณ์สำคัญที่ทำให้นักเดินทางมักแวะเวียนไปต้องมนต์เสน่ห์ ณ เชียงคาน









      แต่่จริงๆแล้วเชียงคานยังมีอะไรดีๆเด็ดๆรอให้คนที่ชื่นชอบวิถีชีวิตท้องถิ่น รักความงามของอดีตกาล ไปสัมผัสถึงความเป็นเชียงคานให้เห็นด้วยตา ซึ่งวันนี้เราจะไปทำความรู้จักกับเชียงคานให้มากขึ้นอีก ถ้าใครพร้อมแล้วก็ตามเราเข้าไปเที่ยวเชียงคานเลย…



  เชียงคานเป็นอำเภอหนึ่งของจังหวัดเลย ตั้งอยู่ริมแม่น้ำโขงมีเนื้อที่ทั้งหมดประมาณ940.45ตารางกิโลเมตร แต่เดิมเชียงคานตั้งอยู่ที่เมืองชะนะคามประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ก่อตั้งขึ้นประมาณพ.ศ.1400โดยขุนคามแห่งอาณาจักรล้านช้างต่อมาพ.ศ.2250 อาณาจักรล้านช้างแยกออกเป็นสองอาณาจักร คือ อาณาจักรหลวงพระบางและอาณาจักรเวียงจันทน์ โดยกำหนดอาณาเขตให้ดินแดนเหนือแม่น้ำเหืองขึ้นไปเป็นอาณาเขตหลวงพระบางและใต้แม่น้ำเหืองลงมาเป็นอาณาเขตเวียงจันทน์




     ในพ.ศ.2320พระเจ้ากรุงธนบุรีโปรดให้เจ้าพระยามหากษัตริย์ศึกกับพระสุรสีห์ยกทัพไปตีกรุงเวียงจันทน์ เมื่อรบชนะจึงได้อันเชิญพระแก้วมรกตกลับมายังกรุงธนบุรี  และทำการรวมอาณาจักรล้านช้างเข้ามาเป็นประเทศราชของไทย พร้อมกับกวาดต้อนพลเมืองมาอยู่เมืองปากเหือง
     จากนั้นสมัยรัชกาลที่ 3เจ้าอนุวงศ์เจ้าเมืองเวียงจันทน์ คิดกอบกู้เอกราชเพื่อแยกเป็นอิสระจากไทยแต่ในที่สุดเจ้าอนุวงศ์ถูกจับขังจนสิ้นชีวิต กองทัพไทยที่ยกมาปราบเจ้าอนุวงศ์ได้ยกทัพไปกวาดต้อนผู้คนจากฝั่งซ้ายของลำน้ำโขงมายังเมืองปากเหืองมากขึ้น พระเจ้ากรุงธนบุรีจึงโปรดเกล้าฯให้พระอนุพินาศ (กิ่งต้นสกุลเครือทองศรี) เป็นเจ้าเมืองปากเหืองคนแรกพระราชทานชื่อเมืองใหม่ว่า เมืองเชียงคาน



       ครั้นถึงสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พวกจีนฮ่อได้ยกทัพมาตีเมืองเวียงจันทน์และได้เข้าปล้นสดมภ์เมืองเชียงคานเดิมที่อยู่ฝั่งซ้ายของแม่น้ำโขง ชาวเชียงคานเดิมจึงอพยพผู้คนไปอยู่เมืองเชียงคานใหม(เมืองปากเหือง)  ครั้นต่อมาเห็นว่าชัยภูมิเมืองเชียงคานใหม่(เมืองปากเหือง)ไม่เหมาะสมผู้คนจึงอพยพไปอยู่ที่บ้านท่านาจันทร์(ใกล้กับที่ตั้งของอำเภอเชียงคานปัจจุบัน)แล้วตั้งชื่อใหม่ว่า เมืองใหม่เชียงคาน ต่อมาไทยได้เสียดินแดนฝั่งขวาแม่น้ำโขงให้กับฝรั่งเศสทำให้เมืองปากเหืองตกเป็นของฝรั่งเศส คนไทยที่อยู่เมืองปากเหืองจึงอพยพมาอยู่เมืองใหม่เชียงคานหรืออำเภอเชียงคาน
ในปัจจุบันตราบเท่าทุกวันนี้


     ปัจจุบันแม้ว่าบ้านเรือนอาคารต่างๆ ภายในเชียงคานจะแปลเปลี่ยนดัดแปลงมาทำ โรงแรม เกสต์เฮ้าส์ ร้านอาหาร ร้านกาแฟ แกลอรี่ ร้านขายของที่ระลึก ร้านขายโปสต์การ์ด ฯลฯ แต่ความเป็นเชียงคานก็ยังคงอยู่เฉกเช่นวันวาน วัฒธรรมการตักบาตรข้าวเหนียวยามเช้าแบบเมืองหลวงพระบางที่เชียงคาน ก็มีให้เห็นเหมือนเคยในช่วงเวลาประมาณ 06.00 – 06.30 น.จะมีผู้คนมารอใส่บาตรข้าวเหนียวยามเช้าเป็นประจำทุกวัน




   ในส่วนของที่พักในเมืองเชียงคานมีให้เลือกมากมายหลายแบบหลายสไตล์ราคาคละเคล้ากันไป
เริ่มตั้งแต่ประมาณ300บาทต่อคืนไปจนถึงประมาณ3,000บาทสมแล้วกับคำขวัญที่ว่า…เชียงคาน เมืองคนงาม ข้าวหลามยาว มะพร้าวแก้ว เพริศแพร้วเกาะแกง แหล่งวัฒนธรรม น้อมนำศูนย์ศิลปาชีพ